มทร.พระนคร ผนึก มูลนิธิ ส.พ.ส. ยกระดับ “สันติวิธี” ขับเคลื่อนวัฒนธรรมสันติภาพ รับมือความขัดแย้งสังคมไทย

มทร.พระนคร ผนึก มูลนิธิ ส.พ.ส. ยกระดับ “สันติวิธี” ขับเคลื่อนวัฒนธรรมสันติภาพ รับมือความขัดแย้งสังคมไทย

กรุงเทพฯ — 9 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ประกาศยุทธศาสตร์ความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (มูลนิธิ ส.พ.ส.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการผสานกับประสบการณ์ภาคปฏิบัติ เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังและป้องกันความขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม หวังพลิกโฉมสังคมไทยสู่การอยู่ร่วมกันด้วยวัฒนธรรมสันติภาพที่ยั่งยืน

พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมเทเวศร์ ชั้น 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี มทร.พระนคร และ นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ ส.พ.ส. ร่วมเป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และตัวแทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ ส.พ.ส. กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการผสานศักยภาพระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างกระบวนการแก้ปัญหาที่ก้าวพ้นกรอบวิชาการสู่การปฏิบัติจริง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพูดคุยมากกว่าความขัดแย้ง

“ความท้าทายของสังคมในปัจจุบันคือความขัดแย้งที่ซับซ้อนและเปราะบาง การลงนาม MOU ครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นในการนำองค์ความรู้ระดับสากลมาปรับใช้เป็นเครื่องมือจัดการความขัดแย้งที่เข้าถึงง่าย เป็นระบบ และใช้งานได้จริง เพื่อสร้าง ‘กลไกเฝ้าระวัง’ ที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและนำไปปรับใช้ได้ ตั้งแต่ระดับปัจเจกไปจนถึงระดับโครงสร้างสังคม” นางประกายรัตน์ กล่าว

กรอบความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ ได้วางกลยุทธ์ผ่าน 5 เสาหลัก เพื่อมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างครบวงจร ประกอบด้วย

1. การวิจัยเชิงนวัตกรรม ยกระดับการศึกษาวิจัยด้านการจัดการความขัดแย้ง ให้มีบริบทที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน
2. การพัฒนาบุคลากรและนักศึกษา จัดทำหลักสูตรระยะสั้นและกิจกรรมเสริมทักษะด้านสันติวิธี เพื่อบ่มเพาะบัณฑิตและบุคลากรให้เป็น “ผู้นำทางความคิด” ในการจัดการความขัดแย้ง
3. การสร้างโมเดลปฏิบัติการ พัฒนาคู่มือและรูปแบบการจัดการความขัดแย้ง (Best Practice) ที่มีความเป็นสากลและเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย
4. การขยายเครือข่ายภาคสังคม สร้างความเข้มแข็งร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งชุมชน สถาบันการศึกษา และองค์กรอิสระ เพื่อเป็นเกราะป้องกันความขัดแย้งในระดับพื้นที่
5. ศูนย์ที่ปรึกษาเพื่อประชาชน จัดตั้งศูนย์กลางการให้คำปรึกษา เผยแพร่องค์ความรู้ และเป็นพื้นที่กลางสำหรับผู้ที่ต้องการแนวทางจัดการข้อพิพาทอย่างสร้างสรรค์

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ มทร.พระนคร ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ตระหนักถึงภารกิจรับใช้สังคม (Social Engagement) มากกว่าการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะ “วัฒนธรรมสันติภาพ” ให้ฝังรากลึกในสังคมไทย เพื่อให้การจัดการปัญหาความเห็นต่างเปลี่ยนผ่านจากการเผชิญหน้า สู่การหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน
//

Related posts